บทที่ 22 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP22
หน้ากระจกบานใหญ่ ใบหน้าขาวใสกำลังขึ้นสีระเรื่อ เมื่อนึกถึงความฝันที่วาบหวามของตัวเอง
“ลูกบัวบ้าไปแล้วเหรอ ทำไมถึงได้ฝันแบบนั้นได้นะ” สิ้นเสียง ลลิตาก็ใช้มือวักน้ำใส่ใบหน้า ไล่ไอร้อนๆ ที่แผ่ซ่านออกมาจนใบหน้าแดงเถือก ให้กลับมาสู่ปกติแบบเดิม
เวลาเพียงแค่สิบนาที ที่ลลิตาจัดการกับตัวเองในห้องน้ำ ก่อนจะเปิดประตูห้องออกมา เพื่อลงไปกินอาหารเช้าร่วมกับบิดามารดาที่รออยู่ กลิ่นหอมๆ ของข้าวต้มกุ้ง ทำให้เสียงร้องของกระเพาะดังขึ้น จนคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วในโต๊ะ ถึงกับยิ้มออกมา
“หิวใช่ไหมลูกบัว” รุจเอ่ยถามเสียงนุ่ม กระแสเสียงและแววตายามมองบุตรสาวเพียงคนเดียว มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความรักที่คนเป็นพ่อมอบให้
“ค่ะคุณพ่อ ลูกบัวหิวมากๆ” ตอบผู้ให้กำเนิดเสร็จ ก็ยอบตัวลงนั่ง ก่อนที่ข้าวต้มร้อนๆ จะถูกยกมาเสิร์ฟโดยสาวใช้
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย ลลิตาก็ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวจะโบยบินราวกับนกที่รักอิสระ มุ่งหน้าสู่ท้องทะเลทางใต้ที่สวยงาม โดยการรอให้เสียงรถยนต์ของบุพการีแล่นออกไปจากคฤหาสน์ก่อน นั่นแหละ ถึงจะเป็นเวลาของเธอ
นัยน์ตากลมโตมองกระจกบานใหญ่เท่ากับตัว สำรวจความเรียบร้อยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อไม่มีจุดบกพร่องใดๆ ปรากฏให้เห็น กระเป๋าเดินทางพร้อมนอนรอหิ้วอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ กระเป๋าสะพายคู่ใจใบโปรดถูกสะพายอยู่ที่บ่า เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางที่แสนจะสนุกและตื่นเต้น
เสียงรถเคลื่อนออกจากคฤหาสน์ ทำให้เจ้าของห้องรีบสาวเท้าเดินไปดูที่บานหน้าต่าง ที่สามารถทอดมองไปยังหน้าตูเหล็กอัลลอยด์ขนาดใหญ่ได้ จากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เมื่อตอนนี้ถึงเวลาของเธอที่จะเป็นฝ่ายออกไปบ้างแล้ว
ไวเท่าความคิด คนคิดจะหนีออกจากบ้านก็หิ้วกระเป๋า แม้ว่ามันจะมีล้อลากเพื่อความสะดวก แต่หญิงสาวเลือกที่จะหิ้วมัน แม้ว่าจะหนักก็ตาม เพื่อความปลอดภัย กันเด็กในบ้านรู้ความเคลื่อนไหวของเธอนั่นเอง
กระทั่งก้าวเท้าลงบันไดมา กวาดสายตาหาสาวใช้ จนแน่ใจแล้วว่าไม่ได้อยู่บริเวณห้องโถง จึงรีบสาวเท้าเดินไปยังรถที่จอดอยู่ด้านหน้าทันที และก็เหมือนฟ้าเป็นใจให้ทางสะดวก ไม่มีใครเห็นการลงมาของเธอพร้อมกระเป๋าใบโต จนสตาร์ทรถนั่นแหละที่สาวใช้ที่ได้ยินและจำได้ว่าเป็นเสียงรถของคุณหนู ก็รีบวิ่งออกมาจากห้องครัว ทว่ากลับไม่ทันเสียแล้วเมื่อคนที่คุณผู้ชายกำชับไว้ว่าจะต้องถามทุกครั้งว่าคุณหนูจะไปไหน แต่นี่อย่าแม้แต่ถามเลยเห็นตัวรถสักนิดก็ไม่ มีเพียงควันสีขาวขุ่นลอยจางๆ ให้เห็นต่างหน้าเท่านั้น
เสียงเพลงที่คนไทยส่วนใหญ่มักฟังไม่รู้เรื่อง แต่กลับชื่นชอบกันนัก ไม่ว่าจะเป็นวันรุ่นหรือวัยกลางคนล้วนตกเป็นทาสเพลงและซีรี่ส์เกาหลี ที่เข้ามาครองตลาดของคนไทยได้ค่อนข้างมาก หนึ่งในนั้นก็คือลลิตาด้วย ที่ทั้งคลั่งไคล้เพลงซีรี่ส์และก็ตัวดารานักแสดง ถึงขนาดเคยลงทุนไปต่อแถวซื้อบัตรตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อจะได้บัตรแถวหน้า สามารถเห็นขวัญใจได้ชัดเจน ตามราคาบัตรที่แพงแสนแพง
และระหว่างที่เพลิดเพลินกับเสียงเพลงอยู่นั้น โทรศัพท์เครื่องหรูก็ส่งเสียงร้องออกมา จนต้องละสายตาจากถนนเบื้องหน้ามามองยังเบาะที่นั่งข้างๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นกดรับ และกรอกเสียงกลับไปด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“คะคุณแม่” ลลิตาไม่จำเป็นต้องไม่รับโทรศัพท์ให้บุพการีต้องเป็นห่วง สู้ยอมรับสาย และบอกออกไปตามตรงว่าจะไปไหนน่าจะดีที่สุด เพราะยังไงบิดาของเธอก็ต้องสืบรู้จนได้
“ลูกบัวอยู่ไหนลูก เห็นน้อยบอกว่าหนูขับรถออกจากบ้าน หลังจากที่พ่อกับแม่ขับออกไป” ลลนาเอ่ยถามบุตรสาวกลับไป เพราะหลังจากเด็กในบ้านโทรมารายงาน เธอก็ไม่รอช้า รีบต่อสายหาลูกสาวสุดแสบแสนดื้อทันที
“ลูกกำลังจะไปสนามบินค่ะคุณแม่ ลูกนัดกับแป้งเอาไว้ว่าจะไปเยี่ยมค่ะ”
“ลูกกำลังจะไปหาแป้งที่ไหนลูก ภูเก็ตน่ะเหรอ” คนเป็นแม่ตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ ลูกรักก็มาบอกว่าจะเดินทางไปหาเพื่อน แม้ว่าเธอจะรู้จักกับเพื่อนคนนี้ดี รักและผูกพันไม่ต่างจากลูกแท้ๆ ทว่ามาบอกกะทันหันแบบนี้ เธอไม่ค่อยจะชอบการตัดสินใจโดยไม่ปรึกษาใครแบบนี้ของลูกสาวนัก
“ค่ะคุณแม่ ถึงแล้วลูกบัวจะโทรหานะคะ ลูกบัวขับรถอยู่ คุยโทรศัพท์ไปด้วยอันตรายค่ะ รักคุณแม่นะคะ บายค่ะ” เมื่อไม่อยากให้มารดาค้านในสิ่งที่เธอตัดสินใจไปแล้ว จึงตัดบทวางสายทันที
และก็เป็นไปตามคาด มารดาที่ถูกตัดบทไม่ยอมง่ายๆ ยังคงโทรหาลูกสาวอีกรอบและอีกรอบจนกว่าจะรับ ทว่าคนที่ยังไม่อยากจะรับ ก็ไม่แม้แต่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“ลูกบัวขอโทษนะคะคุณแม่” เอ่ยออกมาอย่างรู้สึก แต่ถ้าให้เลือกก็จะไม่กดรับสายเหมือนเดิม
2 วันผ่านไป ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
“คุณพี่คะลูกบัวไม่ยอมรับโทรศัพท์ของฉันเลยค่ะ” ลลนารู้สึกร้อนใจไม่น้อย ที่ลูกสาวไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเธอ ทั้งๆ ที่กำชับนักกำชับหนาให้เดินทางกลับมาให้ทัน ซึ่งแม่ลูกสาวจอมเจ้าเล่ห์ ก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าจะรีบกลับมาให้ทันตามเวลา ก่อนที่ฝ่ายเพื่อนรักของบิดาจะเดินทางมาถึง
“ไม่เป็นไรหรอกคุณ เดี๋ยวให้ตานิกไปรับลูกบัวกลับมาก็ได้” รุจที่พูดคุยเรื่องนี้กับเพื่อนรักเอาไว้แล้ว และมีความเห็นตรงกัน ว่าจะให้ตานิกเป็นฝ่ายไปรับลูกบัวกลับมา ทั้งสองจะได้มีเวลาพูดคุยและทำความรู้จักกันมากขึ้น
และระหว่างที่รอลลนาก็เอ่ยพูดกับสามีต่อ ทว่าสายตาเหลือบไปเห็นครอบครัวของเพื่อนสามี กำลังเดินออกมาจากช่องผู้โดยสารขาเข้าประเทศ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของสองสามีภรรยาที่ส่งมาให้รุจและลลนา บ่งบอกว่าทั้งสี่รู้สึกดีใจแค่ไหน ที่ได้เจอกันอีกครั้ง หลังจากไม่ได้เจอกันนานเป็นสิบๆ ปี
“คุณพี่คะ คุณณัชออกมาแล้ว”
ลลนาเอ่ยบอกสามีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
